ยาต้านไวรัสเป็นยาที่ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสเอชไอวีในเลือด เพื่อทำให้ภูมิต้านทานสามารถควบคุมเชื้อโรคต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยด้วยโรคแทรกซ้อน เมื่อเริ่มกินยาต้านไวรัสแล้วต้องกินอย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิตไม่สามารถหยุดยาเองได้

ที่มาภาพ http://www.avert.org/

ที่มาภาพ http://www.avert.org/

เกณฑ์ในการเริ่มยาต้านไวรัสตามแนวทางการรักษาของกระทรวงสาธารณสุข

  1. ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีจำนวน ซีดี4 น้อยกว่า หรือ เท่ากับ 350
  2. ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มี หรือเคยเป็นโรคฉวยโอกาสอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น เชื้อราในเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง วัณ-โรคนอกปอด ปอดอักเสบพีซีพี เชื้อราในปาก พีพีอี ท้องเสียเรื้อรัง

 

อาการแพ้และอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรงของยาต้านไวรัส

  1. อาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เป็นอาการที่ก่อให้เกิดความไม่สุขสบาย รบกวนชีวิตผู้ป่วยแต่อาการเหล่านี้สามารถดูแลจัดการได้ด้วยตัวเอง อาการที่พบบ่อยคือ
  1. เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนแรกของการเริ่มยา การดูแล กินอาหารที่ย่อยง่าย พักผ่อนในช่วงที่มีอาการ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน  เพื่อคลายความกังวล ถ้าเป็นมากควรไปพบแพทย์
  2. ท้องเสีย เป็นอาการที่พบบ่อย การดูแล กินน้ำเกลือแร่ ถ้าเป็นมากควรไปพบแพทย์
  3. ฝันร้าย นอนไม่หลับ การดูแล พูดคุยคลายความกังวล ทำความเข้าใจกับคนดูแล ครอบครัว กินยาแล้วควรพักผ่อนเลย
  4. แก้มตอบ ขาลีบ ไขมันย้ายที่ แก้ไขโดยการเปลี่ยนสูตรยา
  1. อาการข้างเคียงที่มีความรุนแรง หมายถึงอาการที่ก่อให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้ เช่น ซีด โลหิตจาง ตับอักเสบ ชาปลายมือปลายเท้า ไขมันในเลือดสูง ภาวะกรดในเลือดสูง ตับอ่อนอักเสบ ไตทำงานผิดปกติ เบาหวาน การดูแล ไปตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และตรวจเลือดทุก 6 เดือน เพื่อค้นหาภาวะผิดปกติเพื่อปรับเปลี่ยนสูตรยาให้เหมาะสม

 

ยาต้านไวรัสและผลข้างเคียงของยาต้านไวรัส

ยาต้านไวรัส อาการข้างเคียง
ดีโฟร์ที (d4T) ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ปวดศีรษะ ไขมันย้ายที่มีการกระจายตัวผิดปกติ มีภาวะเลือดเป็นกรด
สามทีซี (3TC) ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ท้องเสีย ผื่นแพ้ ตับอักเสบ
เอแซดที (AZT) คลื่นไส้ อาเจียน ซีด เล็บ ดำ ตับอักเสบ
ดีดีไอ (ddi) ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ตับอ่อนอักเสบ
เอบีซี (ABC) ผื่นแพ้  (พบ5%)ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
เอ็นวีพี (NVP) ผื่นแพ้ยา มีไข้ ปวดศีรษะ ตับอักเสบ
อีเอฟวี (EFV) ฝันแปลกๆ ย้ำคิด ย้ำคิดย้ำทำ มึนงง นอนไม่หลับ เกิดระบบประสาทอื่นๆปกติ
อาทีวี (RTV) ไขมันในเลือดสูง ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ ชาที่ลิ้น หรือรอบ ริมฝีปาก คลื่นไส้ อาเจียน
ไอดีวี (IDV) ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน นิ่วในไต

สิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์

1. ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสฟรี (สูตรพื้นฐานและสูตรดื้อยา) ในเด็กและผู้ใหญ่
2. การรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคไต อันเนื่องมาจากการกินยาต้านไวรัส
3. การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อติดตามผลการรักษา และความต่อเนื่องจากการกินยาต้านไวรัส

3.1) การตรวจหาความเข้มข้นของเลือด การตรวจน้ำตาลในเลือด การตรวจหาไขมันในเลือด การตรวจการทำงาน ของตับและไต จำนวน 2 ครั้ง/ปี (ทุก 6 เดือน)

3.2) การตรวจหาปริมาณซีดี 4 จำนวน 2 ครั้ง/ปี (ทุก 6 เดือน)

3.3) การตรวจหาปริมาณไวรัสโหลด จำนวน 1 ครั้ง/ปี

3.4) การให้คำปรึกษาและตรวจคัดกรองหาเชื้อเอชไอวี 2 ครั้ง/ปี และ การให้คำปรึกษาก่อนกินยาต้านไวรัส

3.5) การตรวจคัดกรองหาเชื้อเอชไอวีในหญิงตั้งครรภ์

3.6) การคัดกรองและให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก และทารกหลังคลอด

3.7) การตรวจคัดกรองหาเชื้อเอชไอวีในทารกแรกเกิดที่คลอดจากมารดาติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 2 ครั้ง

3.8) ถุงยางอนามัยสำหรับป้องกันการรับเชื้อเพิ่มในคู่ครอง

4. กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนที่โรงพยาบาล เป็นการทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้ความรู้โดยแกนนำกลุ่มผู้ติดเชื้อเพื่อช่วยเหลือสมาชิกในกลุ่ม รวมทั้งมีการติดตามโดยการเยี่ยมบ้าน และให้คำปรึกษากับสมาชิกกลุ่มเมื่อมีปัญหา

Tags: