สุขภาพ 1.3 ล้าน “แรงงานข้ามชาติ” แรงสะเทือนสังคมไทยที่ไม่อาจมองข้าม

แรงสะเทือนสังคมไทยที่ไม่อาจมองข้าม 1,310,690 คน!!!

นั่นคือตัวเลขของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในเมืองไทยวันนี้ ทั้งชาวพม่า กัมพูชา และลาว ที่ขึ้นทะเบียนมีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกกฎหมาย และกระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานมากที่สุดถึง 250,465 คน

แม้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแรงงานเหล่านี้ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ และช่วย “เติมเต็ม” คุณภาพชีวิตให้แก่คนไทยผู้เป็นเจ้าถิ่น ในฐานะ “แรงงานราคาถูก” จนกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวที่แนบแน่นกับความเป็นไปในครอบครัว ร้านอาหาร กิจการต่างๆ ชนิดไม่อาจขาดได้ แต่ในสายตาของคนทั่วไป แรงงานต่างชาติเหล่านี้ก็ยังมีสถานะเป็นเสมือน “คนนอก”

จำนวน ของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีจำนวนมากถึงประมาณ ร้อยละ 2 ของประชากรไทยในวันนี้  มีความหมายมากกว่าที่หลายคนคิด และมองเห็นจากภาพภายนอก…แรงงานต่างด้าวเหล่านี้เป็นใคร เข้ามาทำงานอะไรกันบ้าง และมีชีวิตเป็นอย่างไร

ไปดูข้อมูลสถานการณ์สุขภาพแรงงานต่างชาติล่าสุดกันให้ชัดว่า เมื่อพวกเขาเหล่านี้ต้องมาทำงานในบ้านเราพวกเขามีคุณภาพชีวิตเป็นอย่างไร และสภาพดังกล่าวสะท้อนกลับเข้ามาสู่สังคมไทยอย่างไร   แรงงานพม่ามากที่สุด แรงงานต่างด้าวส่วน ใหญ่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานจากประเทศพม่ามากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ  82.1  หรือ 1 ,076,110 คน  รองลงมาคือ กัมพูชา และลาว ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 9.5 และ ร้อยละ 8.4 ตามลำดับ

ภาพที่ 1 แสดงสัดส่วนการกระจายของแรงงานข้ามชาติ จำแนกตามประเทศต้นทาง

ที่มา : กฤตยา อาชวนิจกุล. 2553

กระจายตัวในภาคบริการมากที่สุด แรงงานส่วนใหญ่กระจุก ตัวอยู่ในครัวเรือนและบริการชุมชนมากที่สุด เช่น คนทำงานบ้าน ลูกจ้างร้านค้า เป็นต้น  โดยคิดเป็น ร้อยละ 28 รองลงมาคือ ภาคเกษตร ปศุสัตว์  และกิจการต่อเนื่อง ประมาณ ร้อยละ 23  นอกนั้นอยู่ในภาคก่อสร้าง ร้อยละ 17  ภาคประมง ร้อยละ 25   ที่น่าสนใจคือ  มีแรงงานส่วนหนึ่งถูกจ้างเป็นผู้ใช้แรงงานในสถานศึกษา มูลนิธิ และสถานพยาบาล ประมาณ 822 คน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกจ้างเป็น พนักงานสาธารณสุขต่างชาติ (พสต.) ช่วยงานในโรงพยาบาล หรืออาสาสมัครต่างด้าว (อสต.) ช่วยงานในโรงเรียนและองค์กรสาธารณสุขต่างๆ

ภาพที่ 2 การกระจายของแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ขอรับใบอนุญาตทำงานปี 2552 จำแนกตามภาคการจ้างงาน (ตัวเลข ณ วันที่ 26 พ.ย. 2552)

ที่มา : กฤตยา อาชวนิจกุล. 2553

คุณภาพชีวิต…ติดลบ หากเจาะลึกลงไปในราย ละเอียดการใช้ชีวิตของแรงงานต่างชาติเหล่านี้ พบว่า ยังมีปัญหาในเรื่องของการอยู่การกินที่ไม่ค่อยถูกสุขลักษณะ และการทำงานที่ไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร   ดังเห็นได้จาก รายงานสาธารณสุขแรงงานต่างด้าว ที่จัดเก็บอย่างเป็นระบบตั้งแต่ พ.ศ. 2547  พบว่า ใน ปี 2551 มีแรงงานป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วงร้ายแรงมากที่สุดถึง 12,382 คน  ถัดมาคือ มาลาเรีย  7,903 คน ไข้ไม่ทราบสาเหตุ 3,141 คน   เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุ การเสียชีวิตย้อนหลัง 5 ปี (2547-2551) ยังพบด้วยว่า แรงงานเหล่านี้เสียชีวิตเพราะโรคไม่ติดเชื้อสูงสุด โดยเฉพาะแรงงานลาว ที่เสียชีวิตสูงถึง ร้อยละ 56 ขณะที่แรงงานพม่ากับกัมพูชา เสียชีวิต ร้อยละ 35 และ ร้อยละ 36 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพบในแรงงานจากพม่ามากที่สุดคือ ร้อยละ 37 รองลงมาเป็นกัมพูชา ร้อยละ 33 และลาว ร้อยละ 26  

ภาพที่ 3 แสดง 10 อันดับโรคที่ป่วยในแรงงานข้ามชาติ

ที่มา : ปรับจากตาราง 6 ในสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. 2551. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรค ปี 2551.

ภาพที่ 4 แสดงการกระจายร้อยละและสาเหตุการตายของแรงงานข้ามชาติ จากประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา ช่วง พ.ศ. 2547-2551

ที่มา : Nucharee Srivirojana and Sureeporn Punpuing. 2009. Health and Mortality differential among Myanmar, Laos and Cambodia Migrants in Thailand. Paper presented in the 2009 Annual Meeting of the Population Association of America, April 30-May 2, 2009. (calculated from Migrants’ vital registration 2004-2008, Ministry of Interior)  

นับจาก ปี  2549 เป็นต้นมา เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งปกติแล้วแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องทุกคนจะต้องซื้อบัตร ประกันสุขภาพ 1,300 บาทต่อปี อีกทั้งได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลภายใต้ พ.ร.บ.ประกันสังคม   อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการรักษาพยาบาลของแรงงานข้ามชาติพบว่า มีทั้งแรงงานที่มีบัตรประกันสุขภาพ แรงงานไม่มีบัตร (แรงงานใต้ดิน) และแรงงานที่ใช้สิทธิประกันสังคม รวมถึงชาวพม่า ลาว และกัมพูชาที่เดินทางมารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามชายแดน

สถิติ ปี 2551 ชี้ว่า สถานพยาบาลได้ให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ไม่มีบัตร และไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้รวมเป็นเงิน 5.6 ล้านบาท ขณะที่ผู้มีบัตรเข้ารักษาตัวใช้เงินไปประมาณ 19.7 ล้านบาท จากจำนวนเงินประกันสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุขจัดเก็บได้ในปี 2551 ประมาณ 300 ล้านบาทเศษ

ที่น่าสนใจคือ มีแรงงานที่ไม่มีบัตรและจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเองมากถึง ร้อยละ 67.6 หรือคิดเป็นเงิน  53 ล้านบาท  

ภาพที่ 5 แสดงการรักษาพยาบาลของแรงงานข้ามชาติ

ที่มา : คำนวณจากฐานข้อมูลสถานการณ์ด้านสาธารณสุขในแรงงานต่างชาติ สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข  

ข้อมูล เหล่านี้ไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนความเป็นไปของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย แต่ยังทำให้เราประจักษ์และต้องตระหนักต่อข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ว่า คุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติกระทบต่อระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของเราด้วยอย่างไม่อาจแยกขาดออกจากกันได้ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก : สุขภาพกับแรงงานย้ายถิ่น ใน รายงานสุขภาพคนไทย 2553

สืบค้นได้จาก :http://www.hiso.or.th/hiso/HealthReport/report_download.php?download1=20&lesson1=
10& lesson_id=965&zone=3&manu=1