โครงการส่งเสริมสุขภาพและสิทธิ
โครงการส่งเสริมสุขภาพและสิทธิ
ความเป็นมาของโครงการ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีพรมแดนทางภูมิศาสตร์ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ซึ่งผู้คนมักจะข้ามผ่านพรมแดนระหว่างประเทศด้วยช่องทางธรรมชาติแทนที่จะผ่านจุดผ่านแดนของทางการ การย้ายถิ่นโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายทำให้เกิดปัญหาการไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และไร้สถานะทางทะเบียน ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้มีข้อจำกัดในแง่ของการเข้าถึงบริการสาธารณะ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายและการดูแลสุขภาพ ตลอดจนโอกาสในการทำงาน การศึกษา การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และการเดินทาง และปัญหาเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดปัญหาซับซ้อนเกี่ยวกับความยากจน ความพิการ ความเจ็บป่วย และการเลือกปฏิบัติที่ส่งผลกระทบต่อเด็กที่เกิดจากคนไร้สัญชาติหรือไร้สถานะทางทะเบียน
ในปี 2562 มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน (มสป.) ร่วมมือกับมูลนิธิ Algot Enevoldsen เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและสิทธิเป็นระยะเวลา 5 ปี มสป.ดำเนินการสำรวจการประเมินความต้องการของคนไร้สัญชาติและไม่มีสถานะทางทะเบียนใน ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ และตำบลพะลาน อำเภอนาตาล การสำรวจระบุไว้ว่ามีประชาชน 650 คนไม่มีสถานะทางทะเบียนตำบลเขมราฐ และ 313 คนไม่มีสถานะทางทะเบียนตำบลพะลาน
ความเป็นมาของโครงการ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีพรมแดนทางภูมิศาสตร์ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน ซึ่งผู้คนมักจะข้ามผ่านพรมแดนระหว่างประเทศด้วยช่องทางธรรมชาติแทนที่จะผ่านจุดผ่านแดนของทางการ การย้ายถิ่นโดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมายทำให้เกิดปัญหาการไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และไร้สถานะทางทะเบียน ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้มีข้อจำกัดในแง่ของการเข้าถึงบริการสาธารณะ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายและการดูแลสุขภาพ ตลอดจนโอกาสในการทำงาน การศึกษา การเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และการเดินทาง และปัญหาเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดปัญหาซับซ้อนเกี่ยวกับความยากจน ความพิการ ความเจ็บป่วย และการเลือกปฏิบัติที่ส่งผลกระทบต่อเด็กที่เกิดจากคนไร้สัญชาติหรือไร้สถานะทางทะเบียน
ในปี 2562 มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน (มสป.) ร่วมมือกับมูลนิธิ Algot Enevoldsen เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและสิทธิเป็นระยะเวลา 5 ปี มสป.ดำเนินการสำรวจการประเมินความต้องการของคนไร้สัญชาติและไม่มีสถานะทางทะเบียนใน ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ และตำบลพะลาน อำเภอนาตาล การสำรวจระบุไว้ว่ามีประชาชน 650 คนไม่มีสถานะทางทะเบียนตำบลเขมราฐ และ 313 คนไม่มีสถานะทางทะเบียนตำบลพะลาน
พื้นที่การทำงาน

จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย
- ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ
- ตำบลพะลาน อำเภอนาตาล
กลุ่มเป้าหมาย
คนไร้สัญชาติ
บุคคลไร้สถานะทางทะเบียน
ครอบครัวที่เปราะบาง
คนไร้สัญชาติ
บุคคลไร้สถานะทางทะเบียน
ครอบครัวที่เปราะบาง
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
หน่วยงานรัฐในท้องถิ่น
ธุรกิจในท้องถิ่น
โรงเรียน
โรงพยาบาลและคลินิก
ผู้นำชุมชน
หน่วยงานรัฐในท้องถิ่น
ธุรกิจในท้องถิ่น
โรงเรียน
โรงพยาบาลและคลินิก
ผู้นำชุมชน
วัตถุประสงค์ของโครงการ
เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชนไทยและลาวที่เปราะบางในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งหลายคนไม่มีเอกสารทางทะเบียน โดยการพัฒนาการเข้าถึงการดูแลสุขภาพและสิทธิ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งขึ้นเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
สุขภาพที่ดีขึ้น: กลุ่มเป้าหมายมีทางเลือกในการดำเนินชีวิตที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และเข้าถึงและการใช้บริการด้านสุขภาพได้มากกว่าเดิม
ชุมชนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น: กลุ่มเป้าหมายได้รับการยอมรับทางสังคมมากขึ้นจากชุมชนในวงกว้าง และได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนฝูงและคนอื่นๆ
นโยบายและการสนับสนุนภาครัฐที่ดีขึ้น: ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักๆ มีข้อมูลและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และให้ความร่วมมือในการกำหนดนโยบายและการดำเนินการ
กิจกรรมโครงการ
1. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างชุมชนเข้มแข็ง

ในช่วงปี 2563–2564 มูลนิธิได้ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานในชุมชน (Community Action Group หรือ CAG) ในแต่ละหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 35 หมู่บ้าน ผู้นำชุมชนได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับ ปัญหาด้านสุขภาพ สิทธิมนุษยชน และความอ่อนไหวทางวัฒนธรรม (โดยเฉพาะระหว่างชุมชนไทยและลาว) แม้ว่าผู้นำในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย แต่เราก็กำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มจำนวนอาสาสมัครชาวลาวให้มีมากขึ้นเพื่อทำให้เกิดความหลากหลายและมีกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนที่เป็นคนลาวด้วยกัน ในปี 2023 มสป. ยังได้ริเริ่มจัดการฝึกอบรมผู้ดูแลและการฝึกอบรมผู้ดูแลสุขภาพเบื้องต้นที่เป็นคนไทย-คนลาว ให้การดูแลสุขภาพ ให้คำแนะนำเรื่องอนามัยเจริญพันธ์ุเพื่อให้มั่นใจว่าขีดความสามารถของชุมชน
2. ตรวจสุขภาพและการรณรงค์
มสป.ดำเนินการตรวจสุขภาพเป็นระยะโดยร่วมมือกับโรงพยาบาลในพื้นที่ทั้งระดับชุมชนทั้งสอง ตลอดจนสำหรับพนักงานบริการเพื่อการตรวจหาปัญหาสุขภาพที่สำคัญตั้งแต่เนิ่นๆ เช่นโรคเบาหวานและเอชไอวี การรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพและคลินิกเคลื่อนที่ของเรานี้ช่วยส่งเสริมพฤติกรรมแสวงหาความช่วยเหลือให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยการแก้ปัญหาอุปสรรคในทางปฏิบัติและทางสังคมในด้านการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่เหมาะสม เช่น การกีดกันทางสังคม ค่าใช้จ่าย และระยะทางในการเดินทาง

3. เอกสารและการเข้าถึงสิทธิ์

มสป.ให้การสนับสนุนบุคคลที่มีสิทธิ์สมัครทำบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเข้าถึงการรักษาพยาบาลและสิทธิพลเมือง ซึ่งโดยปกติมักต้องเดินทางไปขอนแก่นเพื่อตรวจดีเอ็นเอและพิสูจน์สัญชาติเพื่อเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์ ด้วยความร่วมมือกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กลางแห่งกระทรวงยุติธรรม มสปได้จัดตั้ง node เก็บสิ่งส่งตรวจดีเอ็นเอในพื้นที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ส่งผลให้ผู้ที่มีปัญหาสถานะบุคคลเข้าถึงบริการและได้รับโควต้าการตรวจดีเอ็นเอฟรีได้มากขึ้น และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางอีกต่อไป
4. การสนับสนุนนโยบายภาครัฐและการสร้างเครือข่าย
ในช่วงปี 2565-2566 เราประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายด้านสิทธิ์กับหลายๆ องค์กรที่ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีกลไกระดับจังหวัดจัดทำขึ้นผ่านบันทึกความเข้าใจ (MOU) สองฉบับ ดังนี้
MOU ฉบับแรกเป็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง มสป. มูลนิธิดรีมลอปเมนท์ (DLP) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี (UBON-PHO) ในการจัดให้มีหลักประกันสุขภาพทางเลือกผ่านกองทุนการย้ายถิ่นฐานที่ดำเนินการโดย DLP (M-Fund) แก่ผู้ย้ายถิ่น บุคคลไร้สัญชาติ และชุมชนชายแดนยากจนที่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในสังกัดอุบลฯ โดยตาม MOU นี้ ทางมสป.จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ชุมชนผู้ย้ายถิ่นและส่งต่อผู้มีโอกาสได้รับผลประโยชน์ไปยัง DLP และ M-Fund

MOU ฉบับที่สองเป็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง มสป. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ และสาขาท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อตกลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเอาชนะอุปสรรคด้านระบบและงบประมาณในการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานและการเข้าถึงสิทธิของคนไร้สัญชาติ โดยการอำนวยความสะดวกในวัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่ายที่ลงนาม และพัฒนาทะเบียนราษฎร์สำหรับคนไร้สัญชาติในจังหวัดอุบลราชธานี
ความสำเร็จ
ความสำเร็จที่สำคัญคือการจัดตั้งระบบการส่งต่อที่นำโดยผู้นำชุมชนที่ได้รับการฝึกอบรม 273 คน โดยที่ CAG แต่ละแห่งใน 35 หมู่บ้านจะระบุและคัดกรองกรณีที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่กรณีนั้นๆ จะถูกส่งต่อไปยังมูลนิธิเพื่อให้การสนับสนุนติดตามผล:
ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ:
คณะทำงานในชุมชนคัดกรอง ประเมินสภาพปัญหา ส่งต่อเคสในกรณีที่ไม่มีบัตรสุขภาพให้กับ มสป เพื่อพิจารณา คณะทำงานนำพาบุคคลนั้นไปที่โรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา โดย มสป รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่สำคัญ และดำเนินการนัดตรวจติดตามผล
ผลที่ได้:
1,120 คน
ได้เข้าถึงการคัดกรอง ตรวจรักษาสุขภาพเบื้องต้น เช่น ความดัน เบาหวาน ไขมัน และโรคอายุกรรมทั่วไป
267 คน
ได้บัตรคนไร้สถานะทางทะเบียน
เข้าถึงกองทุนคืนสิทธิได้รับสิทธิ
การรักษาเทียบเท่าบัตรทอง
30 บาทรักษาทุกโรค
300 คน
เข้าถึงกองทุนสุขภาพทางเลือก
(M-Fund)
100%
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
ได้รับการติดตามและได้ฉีด
วัคซีนแล้ว
ได้เข้าถึงการคัดกรอง ตรวจรักษาสุขภาพเบื้องต้น เช่น ความดัน เบาหวาน ไขมัน และโรคอายุกรรมทั่วไป
ได้บัตรคนไร้สถานะทางทะเบียนเข้าถึงกองทุนคืนสิทธิได้รับสิทธิการรักษาเทียบเท่าบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค
เข้าถึงกองทุนสุขภาพทางเลือก (M-Fund)
100% เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
ได้รับการติดตามและได้ฉีดวัคซีนแล้ว
ในกรณีสวัสดิการสังคม:
มสป. ประสานงานส่งต่อและช่วยเหลือบุคคลให้ติดต่อกับหน่วยงานสวัสดิการในพื้นที่เพื่อเข้าถึงการสนับสนุนใดๆ ที่พวกเขามีสิทธิ์ได้รับ และจะจัดหาเงินทุนสำหรับอาหาร ทุนการศึกษา และอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน
ผลที่ได้:
ได้รับชุดอาหาร
เยาวชน
98 คน
ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือด้อยโอกาสได้รับทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อ
ผู้อพยพ
50 ครัวเรือน
ได้รับการซ่อมแซมบ้านและห้องน้ำ
ได้รับการสนับสนุนด้านการทำมาหากิน
ได้รวมกลุ่มอาชีพและได้รับสนับสนุนการทำมาหากินเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน
ได้รับชุดอาหาร
ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือด้อยโอกาสได้รับทุนการศึกษาเพื่อศึกษาต่อ
ผู้อพยพ 50 ครัวเรือน
ได้รับการซ่อมแซมบ้านและห้องน้ำ
ได้รับการสนับสนุนด้านการทำมาหากิน
ได้รวมกลุ่มอาชีพและได้รับสนับสนุนการทำมาหากินเพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน
ในกรณีสิทธิ:
มสป.คัดกรอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับแกนนำสิทธิในชุมชน นำพายื่นเอกสารและขอรับโควต้าตรวจดีเอ็นเอ สนับสนุนขั้นตอนการยื่นเอกสาร กระบวนการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์ จนได้รับบัตรประชาชน สิทธิสุขภาพ และสิทธิพลเมือง
ผลที่ได้:
267 คน
ได้รับบัตรผู้ไร้สถานะทางทะเบียน
53 คน
คนได้รับประจำตัวประชาชนไทย
110 คน
ได้รับการคัดกรองอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำเอกสารและพิสูจน์สัญชาติเพื่อเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์
267 คน
ได้รับบัตรผู้ไร้สถานะทางทะเบียน
53 คน
คนได้รับประจำตัวประชาชนไทย
110 คน
ได้รับการคัดกรองอยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำเอกสารและพิสูจน์สัญชาติเพื่อเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎร์
ผลจากโครงการนี้ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เรายังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้ CAG ดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ ในขณะเดียวกันก็จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการคุ้มครองเด็กสำหรับครู และการประชุมเชิงปฏิบัติการกรณีศึกษาสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชน
จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่นำร่องปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและมีแผนในการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อติดตามสถานะของบุคคลที่ไม่มีเอกสาร ศูนย์ตรวจดีเอ็นเอในพื้นที่ ก่อตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย และกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบและติดตามได้ร่วมกับภาคประชาสังคมที่เป็นกลไกขับเคลื่อนงานด้านสิทธิให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้จริง
