บุญมี: ชีวิตที่ (เคย) ไม่มี “บัตรไทย”

ก.ย. 30, 2023

สัญชาติและความเป็นพลเมืองที่แสดงออกผ่านการถือบัตรประชาชนไทย ถูกใช้เป็นหลักการพื้นฐานสำหรับการเข้ารับสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ แต่ข้อมูลของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง (2565) ในปี 2565 ระบุว่า มีคนไม่มีสัญชาติไทย หรือที่หน่วยงานราชการไทย เรียกว่า “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” จำนวน 973,656 คน จำนวนไม่น้อยอาศัยอยู่ในบริเวณจังหวัดตามแนวชายแดนไทย-ลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งพบว่ามีจำนวน 8,181 ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้น คือ บุญมี (นามสมมุติ) หญิงวัยกลางคน รวมอยู่ด้วย

บุญมี อาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงในตำบลพะลาน อำเภอนาตาล เล่าว่า สาเหตุที่ทำให้ไม่มี “บัตรไทย” เนื่องจากแม่ไม่ได้แจ้งเกิด จนทำให้ไม่มีใบเกิด (ใบสูติบัตร) โดยเธอมีแม่เป็นคนไทยแต่มีพ่อเป็นคนลาว ซึ่งตลอด 45 ปี ของชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการใดๆ ของรัฐได้เลย ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่เคยมีบัตรอะไร ไม่เคยเดินเรื่องทำบัตรเลย ไม่มีเงิน” แม้ตามข้อเท็จจริงแล้วเธอจะเป็นคนไทยโดยหลักสายเลือด แต่เธอก็ไม่เคยกล้าที่จะเข้าสู่การพิสูจน์สัญชาติ เพราะในกระบวนการพิสูจน์สัญชาตินั้น ต้องใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ผลที่ตามมาก็คือ เธอกลายเป็น “คนไทยตกหล่น” ที่ไร้ตัวตน ต้องเผชิญกับความยากลำบากนานัปการในการดำเนินชีวิตประจำวัน  

อย่างไรก็ดี บุญมี ได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน (มสป.) ในระหว่างที่เธอป่วยหนัก ด้วยภาวะเชื้อราขึ้นสมองและทำให้เป็นลมชัก ทำให้เธอไม่สามารถเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดขณะนั้นคือ รพ.ศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น จึงทำให้มีการประสานความร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ขอเข้าไปเก็บสิ่งส่งตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ในขณะที่ป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์

จากกรณีของ บุญมี ทำให้เกิดการพัฒนาระบบ และ จัดตั้ง node เก็บสิ่งส่งตรวจที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ โดยมี บุญมี เป็น “จุดเริ่มต้น” จนทำให้คนที่มีปัญหาสถานะบุคคลคนอื่นเข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าเดินทางเยอะเหมือนเมื่อก่อน จนในที่สุด บุญมี ใช้เวลาทั้งสิ้นในการพิสูจน์สัญชาติตัวเองไปประมาณ 1 ปี เธอก็ได้รับ “บัตรไทย” ทำให้เธอได้เป็นพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์ ที่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและศักดิ์ศรี ไม่ต้องกังวลใจเมื่อเจ็บป่วย ไม่ต้องไปร้องขอความช่วยเหลือหยิบยืมเงินคนอื่นเพื่อไปใช้รักษาตัวเองเมื่อเจ็บป่วย แต่เธอได้รับสิทธิบัตรทองรักษาฟรี เทียบเท่าคนไทยคนอื่น ๆ 

ในกรณีของ บุญมี เธอได้รับความช่วยเหลือด้านค่าธรรมเนียมในการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือด (DNA) กับน้องสาวที่มีแม่เดียวกันแต่ต่างพ่อ รวมถึงค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสำหรับการเดินทางไปติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแกนนำระดับหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพจากมูลนิธิฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าไม่ถึงสิทธิและบริการด้านสุขภาพของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนในบริเวณชายแดนไทย-ลาว จากเคสของบุญมี ขยายสู่เคสอื่น จนทำให้เกิดกระบวนการชุมชนคัดกรอง นำพากลุ่มคนที่เผชิญปัญหาได้รับการพิสูจน์สัญชาติและได้ถ่ายบัตรประชาชนไทยเป็นจำนวนคนที่ได้รับการช่วยเหลือจำนวน 56 คน ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและสิทธิ 3 ปีที่ผ่านมา